นโยบายสแปมสำหรับ Google Web Search | Google Search Central  |  Documentation  |  Google for Developers (original) (raw)

ในบริบทของ Google Search สแปมหมายถึงเทคนิคที่ใช้เพื่อหลอกลวงผู้ใช้หรือบิดเบือนระบบการค้นหาของเราเพื่อให้เนื้อหาได้รับการจัดอันดับสูง นโยบายสแปมของเราช่วยปกป้องผู้ใช้และปรับปรุงคุณภาพของผลการค้นหา เพื่อให้มีสิทธิ์ปรากฏในผลการค้นหาของ Google Web Search (หน้าเว็บ รูปภาพ วิดีโอ เนื้อหาข่าว หรือเนื้อหาอื่นๆ ที่ Google ค้นพบในเว็บ) เนื้อหาจะต้องไม่ละเมิดนโยบายโดยรวมของ Google Search หรือนโยบายสแปมที่แสดงอยู่ในหน้านี้ นโยบายเหล่านี้ใช้กับผลการค้นเว็บทั้งหมด ซึ่งรวมถึงผลการค้นหาจากพร็อพเพอร์ตี้ของ Google เองด้วย

เราตรวจหาพฤติกรรมที่ละเมิดนโยบายทั้งผ่านระบบอัตโนมัติและการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ (ตามที่จำเป็น) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ เว็บไซต์ที่ละเมิดนโยบายของเราอาจมีอันดับต่ำกว่าในผลการค้นหาหรือไม่ปรากฏในผลการค้นหาเลย

หากคุณคิดว่าเว็บไซต์ละเมิดนโยบายสแปมของ Google โปรดแจ้งให้เราทราบด้วยการส่งรายงานของผู้ใช้เกี่ยวกับคุณภาพการค้นหา เราเน้นที่การพัฒนาโซลูชันที่รองรับการปรับขนาดและทำงานได้โดยอัตโนมัติ และจะใช้รายงานเหล่านี้เพื่อปรับปรุงระบบตรวจจับสแปมของเราต่อไป

นโยบายของเราครอบคลุมถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับสแปมโดยทั่วไป แต่ Google สามารถดำเนินการกับแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับสแปมทุกประเภทที่เราตรวจพบ

การปิดบังหน้าเว็บจริง

การปิดบังหน้าเว็บจริงหมายถึงการนำเสนอให้ผู้ใช้เห็นเนื้อหาที่แตกต่างออกไปจากเครื่องมือค้นหา โดยมีเจตนาที่จะควบคุมการจัดอันดับการค้นหาและทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด ตัวอย่างของการปิดบังหน้าเว็บจริง ได้แก่

หากเว็บไซต์ใช้เทคโนโลยีที่เครื่องมือค้นหาเข้าถึงยาก เช่น JavaScript หรือรูปภาพ ให้ดูคำแนะนำในการทำให้เครื่องมือค้นหาและผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาได้โดยไม่เป็นการปิดบังหน้าเว็บจริง

หากเว็บไซต์ถูกแฮ็ก แฮ็กเกอร์อาจใช้การปิดบังหน้าเว็บจริงเพื่อให้เจ้าของเว็บไซต์ตรวจพบได้ยากขึ้น อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ไขเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กและหลีกเลี่ยงไม่ให้เว็บไซต์ถูกแฮ็ก

หากคุณใช้เพย์วอลล์หรือกลไกการกั้นส่วนเนื้อหา เราจะไม่ถือว่าเป็นการปิดบังหน้าเว็บจริง หาก Google สามารถเห็นเนื้อหาทั้งหมดที่อยู่ด้านหลังเพย์วอลล์เหมือนกับที่ผู้เข้าชมเห็นเมื่อเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกกั้นส่วนนั้น และหากคุณปฏิบัติตามคำแนะนำทั่วไปเกี่ยวกับการให้เนื้อหาตัวอย่างแบบยืดหยุ่น

การละเมิดจากการใช้หน้าดอร์เวย์

การละเมิดจากการใช้หน้าดอร์เวย์คือเมื่อมีการสร้างเว็บไซต์หรือหน้าเว็บเพื่อให้ได้รับการจัดอันดับสำหรับคำค้นหาบางรายการที่คล้ายกัน โดยดอร์เวย์จะนำผู้ใช้ไปยังหน้าตัวกลางที่ไม่มีประโยชน์เท่ากับปลายทางสุดท้าย ตัวอย่างของการละเมิดจากการใช้หน้าดอร์เวย์ ได้แก่

การละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุ

การละเมิดจากการใช้โดเมนที่หมดอายุคือที่มีการซื้อชื่อโดเมนที่หมดอายุและนำมาใช้ซ้ำเพื่อแทรกแซงการจัดอันดับการค้นหาเป็นหลัก โดยการโฮสต์เนื้อหาที่แทบจะไม่มีคุณค่าต่อผู้ใช้เลย ตัวอย่างการละเมิดรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงตัวอย่างต่อไปนี้

เนื้อหาที่ถูกแฮ็ก

เนื้อหาที่ถูกแฮ็กคือเนื้อหาที่วางไว้ในเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากมีช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ เนื้อหาที่ถูกแฮ็กทำให้ผู้ใช้ได้รับผลการค้นหาที่ไม่มีประสิทธิภาพและอาจมีการติดตั้งเนื้อหาที่เป็นอันตรายบนเครื่องของผู้ใช้ ตัวอย่างของการแฮ็ก ได้แก่

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการแก้ไขเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กและหลีกเลี่ยงไม่ให้เว็บไซต์ถูกแฮ็ก

การละเมิดจากการใช้ข้อความและลิงก์ที่ถูกซ่อน

การละเมิดจากการใช้ข้อความหรือลิงก์ที่ถูกซ่อนเป็นการวางเนื้อหาไว้ในหน้าเว็บเพื่อควบคุมเครื่องมือค้นหาโดยเฉพาะและจะมองเห็นได้ยากสำหรับผู้เข้าชม ตัวอย่างของการละเมิดจากการใช้ข้อความหรือลิงก์ที่ถูกซ่อน ได้แก่

ปัจจุบันมีองค์ประกอบในการออกแบบเว็บหลายอย่างที่ใช้การแสดงและการซ่อนเนื้อหาแบบไดนามิกเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ไม่ละเมิดนโยบายของเรา

การใช้คีย์เวิร์ดในทางที่ผิด

การใช้คีย์เวิร์ดในทางที่ผิดหมายถึงการใส่คีย์เวิร์ดหรือตัวเลขจำนวนมากในหน้าเว็บเพื่อพยายามที่จะควบคุมการจัดอันดับในผลการค้นหาของ Google Search คีย์เวิร์ดเหล่านี้มักปรากฏเป็นรายการหรือกลุ่ม ไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ตรงบริบท ตัวอย่างของการใช้คีย์เวิร์ดในทางที่ผิด ได้แก่

สแปมลิงก์

สแปมลิงก์คือการสร้างลิงก์ไปยังหรือจากเว็บไซต์โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อควบคุมการจัดอันดับการค้นหา ตัวอย่างของสแปมลิงก์ ได้แก่

Google เข้าใจดีว่าการซื้อและการขายลิงก์เป็นองค์ประกอบปกติในเศรษฐกิจของเว็บเพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณาและผู้สนับสนุน การมีลิงก์ดังกล่าวไม่ละเมิดนโยบายของเรา ตราบใดที่ลิงก์เป็นไปตามเกณฑ์โดยมีค่าแอตทริบิวต์ rel="nofollow" หรือ rel="sponsored" ต่อแท็ก <a>

การเข้าชมที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้น

การเข้าชมที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้น (หรือที่เรียกว่าการเข้าชมอัตโนมัติ) หมายถึงการส่งคำค้นหาที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติไปยัง Google ซึ่งครอบคลุมถึงการคัดลอกผลการค้นหาเพื่อตรวจสอบอันดับหรือการเข้าถึง Google Search แบบอัตโนมัติประเภทอื่นๆ ซึ่งดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้ง การเข้าชมที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นใช้ทรัพยากรและแทรกแซงความสามารถในการให้บริการที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้ กิจกรรมดังกล่าวละเมิดนโยบายสแปมและข้อกำหนดในการให้บริการของ Google

มัลแวร์และพฤติกรรมที่เป็นอันตราย

Google ตรวจสอบเพื่อดูว่าเว็บไซต์ต่างๆ มีการโฮสต์มัลแวร์หรือซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลในทางลบต่อประสบการณ์ของผู้ใช้หรือไม่

มัลแวร์คือซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างความเสียหายแก่คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เคลื่อนที่ ซอฟต์แวร์ที่ทำงานอยู่ หรือผู้ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ มัลแวร์มีลักษณะการทำงานที่เป็นอันตราย ซึ่งอาจรวมถึงการติดตั้งซอฟต์แวร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ และการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอย่างไวรัส เจ้าของเว็บไซต์อาจไม่ทราบว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดได้ของตนนั้นเป็นมัลแวร์ จึงอาจโฮสต์ไฟล์ไบนารีเหล่านั้นโดยไม่เจตนา

ซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์คือไฟล์ปฏิบัติการหรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่หลอกลวง ไม่พึงประสงค์ หรือมีผลในแง่ลบต่อประสบการณ์การท่องเว็บหรือการใช้คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ที่เปลี่ยนหน้าแรกหรือการตั้งค่าเบราว์เซอร์เป็นแบบอื่นที่คุณไม่ต้องการ หรือแอปที่ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลโดยไม่เปิดเผยการทำงานของตัวเองอย่างเหมาะสม

เจ้าของเว็บไซต์ควรตรวจสอบว่าตนไม่ได้ละเมิดนโยบายซอฟต์แวร์ไม่พึงประสงค์และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของเรา

ฟังก์ชันการทำงานที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ฟังก์ชันการทำงานที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหมายถึงการจงใจสร้างเว็บไซต์เพื่อหลอกลวงให้ผู้ใช้คิดว่าตนจะสามารถเข้าถึงเนื้อหาหรือบริการบางอย่าง แต่ในความเป็นจริงแล้วเข้าถึงไม่ได้ ตัวอย่างของฟังก์ชันการทำงานที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ได้แก่

การละเมิดจากการใช้เนื้อหาปริมาณมาก

การละเมิดจากการใช้เนื้อหาปริมาณมากคือการที่หน้าเว็บหลายหน้าสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการแทรกแซงการจัดอันดับการค้นหาและไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ โดยปกติแล้ว การกระทำที่เป็นการละเมิดนี้เน้นไปที่การสร้างเนื้อหาที่ไม่เป็นต้นฉบับปริมาณมากซึ่งแทบไม่มีคุณค่าต่อผู้ใช้เลย ไม่ว่าจะสร้างขึ้นมาด้วยวิธีใด

ตัวอย่างการละเมิดจากการใช้เนื้อหาปริมาณมากรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงตัวอย่างต่อไปนี้

หากคุณโฮสต์เนื้อหาดังกล่าวในเว็บไซต์ ให้ยกเว้นเนื้อหาดังกล่าวใน Search

การคัดลอกเนื้อหา

การคัดลอกเนื้อหาหมายถึงการนำเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่น ซึ่งมักจะทำผ่านระบบอัตโนมัติ และโฮสต์เนื้อหานั้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อควบคุมการจัดอันดับการค้นหา ตัวอย่างของการคัดลอกเนื้อหาที่เป็นการละเมิด ได้แก่

การละเมิดชื่อเสียงของเว็บไซต์

การละเมิดชื่อเสียงของเว็บไซต์เป็นกลยุทธ์ที่มีการเผยแพร่เนื้อหาของบุคคลที่สามในเว็บไซต์โฮสต์ ซึ่งโดยหลักเพื่อพยายามใช้ประโยชน์จากสัญญาณการจัดอันดับที่โฮสต์นั้นมีอยู่แล้วซึ่งโดยส่วนใหญ่ได้มาจากเนื้อหาของบุคคลที่หนึ่ง เป้าหมายของกลยุทธ์นี้คือเพื่อให้เนื้อหาได้รับอันดับที่ดีกว่ากรณีที่ตนโฮสต์เนื้อหานั้นไว้เอง

การมีเนื้อหาของบุคคลที่สามเพียงอย่างเดียวไม่ได้ละเมิดนโยบายการละเมิดชื่อเสียงของเว็บไซต์ แต่จะเป็นการละเมิดก็ต่อเมื่อมีการเผยแพร่เนื้อหาของบุคคลที่สามในเว็บไซต์โฮสต์เนื่องจากสัญญาณการจัดอันดับที่เว็บไซต์โฮสต์มีอยู่แล้วเป็นหลัก ตัวอย่างการละเมิดชื่อเสียงของเว็บไซต์รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงตัวอย่างต่อไปนี้

หากคุณโฮสต์หน้าเว็บที่ละเมิดนโยบายนี้ โปรดดูวิธีแก้ไขปัญหานี้

ตัวอย่างที่ไม่ถือเป็นการละเมิดชื่อเสียงของเว็บไซต์มีดังนี้

การแอบเปลี่ยนเส้นทาง

การเปลี่ยนเส้นทาง คือการส่งผู้เข้าชมไปยัง URL อื่นที่ไม่ใช่ URL ที่เขาต้องการตั้งแต่แรก การแอบเปลี่ยนเส้นทางคือการเปลี่ยนเส้นทางอย่างอันตรายเพื่อแสดงเนื้อหาอื่นให้กับผู้ใช้และเครื่องมือค้นหาหรือแสดงเนื้อหาที่ไม่คาดคิดให้กับผู้ใช้ ซึ่งไม่เป็นไปตามความต้องการเดิมของผู้ใช้ ตัวอย่างของการแอบเปลี่ยนเส้นทาง ได้แก่

แม้ว่าการแอบเปลี่ยนเส้นทางจะจัดเป็นสแปมประเภทหนึ่ง แต่ก็มีเหตุผลที่เป็นไปได้มากมายที่จะเปลี่ยนเส้นทางจาก URL หนึ่งไปยังอีก URL หนึ่งโดยไม่จัดว่าเป็นสแปม ตัวอย่างของการเปลี่ยนเส้นทางที่ทำได้โดยไม่จัดว่าเป็นสแปม ได้แก่

เมื่อตรวจสอบว่าการเปลี่ยนเส้นทางเป็นการแอบดำเนินการหรือไม่ ให้พิจารณาว่าการเปลี่ยนเส้นทางมีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้ใช้หรือเครื่องมือค้นหาหรือไม่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีใช้การเปลี่ยนเส้นทางในเว็บไซต์อย่างเหมาะสม

แอฟฟิลิเอตเนื้อหาน้อย

แอฟฟิลิเอตเนื้อหาน้อยคือแนวทางการเผยแพร่เนื้อหาที่มีลิงก์แอฟฟิลิเอตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งคัดลอกรายละเอียดและรีวิวของผลิตภัณฑ์มาจากผู้ขายเดิมโดยตรงโดยไม่มีเนื้อหาต้นฉบับหรือไม่ได้ให้คุณค่าเพิ่มเติมใดๆ

หน้าแอฟฟิลิเอตจะถือว่ามีเนื้อหาน้อยหากเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่เผยแพร่เนื้อหาในเครือข่ายแอฟฟิลิเอตโดยไม่ได้เพิ่มคุณค่าใดๆ เว็บไซต์เหล่านี้มักมีการออกแบบเหมือนกันหรือมีเทมเพลตของเนื้อหาที่เหมือนหรือคล้ายกันซ้ำๆ ภายในเว็บไซต์เดียวกัน หรือทั่วทั้งโดเมนต่างๆ หรือภาษาต่างๆ หากหน้าผลการค้นหาแสดงเว็บไซต์เหล่านี้หลายรายการ ซึ่งทั้งหมดมีเนื้อหาเหมือนกัน หน้าแอฟฟิลิเอตเนื้อหาน้อยอาจก่อให้เกิดประสบการณ์ที่น่าหงุดหงิดสำหรับผู้ใช้

เว็บไซต์ที่เข้าร่วมโปรแกรมแอฟฟิลิเอตไม่ได้หมายความว่าจะเป็นแอฟฟิลิเอตเนื้อหาน้อยเสมอไป เว็บไซต์แอฟฟิลิเอตที่ดีจะเพิ่มคุณค่าด้วยการนำเสนอเนื้อหาหรือฟีเจอร์ที่มีความหมาย ตัวอย่างของหน้าแอฟฟิลิเอตที่ดีรวมถึงการนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคา รีวิวผลิตภัณฑ์ที่เขียนขึ้นเอง การทดสอบและการให้คะแนนอย่างเคร่งครัด การไปยังส่วนต่างๆ ของผลิตภัณฑ์หรือหมวดหมู่ และการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์

สแปมที่ผู้ใช้สร้างขึ้น

สแปมที่ผู้ใช้สร้างขึ้นคือเนื้อหาที่เป็นสแปมซึ่งผู้ใช้เพิ่มลงในเว็บไซต์ผ่านช่องทางที่มีไว้สำหรับเนื้อหาจากผู้ใช้ บ่อยครั้งที่เจ้าของเว็บไซต์ไม่ทราบถึงเนื้อหาที่เป็นสแปม ตัวอย่างของเนื้อหาสแปมที่ผู้ใช้สร้างขึ้น ได้แก่

ลองดูเคล็ดลับที่จะช่วยป้องกันการละเมิดพื้นที่สาธารณะของเว็บไซต์ ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการแก้ไขเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กและหลีกเลี่ยงไม่ให้เว็บไซต์ถูกแฮ็ก

แนวทางปฏิบัติอื่นๆ ที่อาจนำไปสู่การลดระดับหรือการนำออก

การนำเนื้อหาออกตามกฎหมาย

เมื่อเราได้รับคำขอให้นำออกเนื่องจากละเมิดลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเว็บไซต์หนึ่ง เราจะสามารถใช้จำนวนดังกล่าวในการลดระดับเนื้อหาอื่นๆ จากเว็บไซต์นั้นในผลการค้นหาของเรา วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่ผู้คนจะพบกับเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์อื่นๆ ที่อาจมีอยู่ในเว็บไซต์ เมื่อเทียบกับเนื้อหาต้นฉบับ เราใช้สัญญาณของการลดระดับที่คล้ายกับการร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาท สินค้าลอกเลียนแบบ และการนำออกตามคำสั่งศาล ในกรณีของสื่อที่มีการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM) เราจะนำเนื้อหาดังกล่าวออกทุกครั้งที่ตรวจพบ และจะลดระดับเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา CSAM ในสัดส่วนสูง

การนำข้อมูลส่วนบุคคลออก

หากเราดำเนินการนำข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากออกจากเว็บไซต์ที่มีแนวทางการนำเนื้อหาออกแบบแสวงหาผลประโยชน์ เราจะลดระดับเนื้อหาอื่นๆ จากเว็บไซต์ดังกล่าวในผลการค้นหาของเรานอกจากนี้ เรายังดูว่าพฤติกรรมรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นในเว็บไซต์อื่นๆ หรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้น เราจะใช้การลดระดับกับเนื้อหาในเว็บไซต์เหล่านั้น เราอาจใช้แนวทางการลดระดับที่คล้ายกันนี้กับเว็บไซต์ที่มีปริมาณการนำออกสูงสำหรับเนื้อหาที่เป็นการจงใจรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อกลั่นแกล้ง รูปภาพโจ่งแจ้งส่วนบุคคลที่สร้างหรือแชร์โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือเนื้อหาโจ่งแจ้งปลอมที่ไม่ได้รับความยินยอม

การหลบเลี่ยงนโยบาย

หากเว็บไซต์ยังคงมีส่วนร่วมในการกระทำที่มีจุดประสงค์เพื่อหลบเลี่ยงนโยบายสแปมหรือนโยบายเนื้อหาสำหรับ Google Search อย่างต่อเนื่อง เราอาจดำเนินการตามความเหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการจำกัดหรือการนำสิทธิ์ในการใช้งานฟีเจอร์การค้นหาบางฟีเจอร์ออก (เช่น เรื่องเด่น สำรวจ เป็นต้น) และการดำเนินการที่กว้างขึ้นใน Google Search (เช่น นำส่วนอื่นๆ ของเว็บไซต์ออกจากผลการค้นหาของ Search) การหลบเลี่ยงนั้นรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการกระทำดังต่อไปนี้

กลโกงและการประพฤติมิชอบ

กลโกงและการประพฤติมิชอบมีรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการแอบอ้างเป็นธุรกิจหรือบริการอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ปลอม ซึ่งจงใจแสดงข้อมูลเท็จเกี่ยวกับธุรกิจหรือบริการ หรือดึงดูดผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์โดยมีพฤติกรรมที่ไม่จริงใจ Google ใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อระบุหน้าเว็บที่มีเนื้อหาที่เป็นกลโกงหรือเป็นการฉ้อโกงและป้องกันไม่ให้เนื้อหาดังกล่าวแสดงในผลการค้นหาของ Google Search ตัวอย่างของกลโกงและการประพฤติมิชอบออนไลน์ ได้แก่